เทคนิคร้อยไหมยกหางตา ปรับแก้หางตาตก ตาดูง่วง ให้สดใส ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงรั้ง แก้ปัญหาตาดูเหนื่อย มีอายุกว่าวัย ประเมินมุมยกเฉพาะบุคคลโดยทีมแพทย์ Anjali Clinic
by: anjali-adminอัพเดทเมื่อ: 2026-08-27
ปัญหาหางตาตก แถบหางตาหย่อนคล้อย หรือลักษณะตาดูเหนื่อยล้าอิดโรย มักทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเศร้าหมองและดูมีอายุมากกว่าวัย แม้ว่าคุณจะไม่มีริ้วรอยส่วนอื่นมากนักก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการปรับแต่งทรงตาให้ดูสดใส มีมิติเรียวยาว หรือต้องการลุคดวงตาคมเฉี่ยวอย่างเป็นธรรมชาติ การร้อยไหมยกหางตาถือเป็นหนึ่งในหัตถการทางการแพทย์ที่ไม่ต้องผ่าตัดซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การร้อยไหมบริเวณรอบดวงตาซึ่งเป็นจุดที่บอบบางมาก ต้องทำอย่างไรจึงจะออกมาสวยงาม ละมุน เรียบเนียน ไม่ดูตึงรั้ง หรือหลอกตา? บทความนี้ Anjali Clinic (แอนจาลี คลินิก) โดยทีมแพทย์ด้านการปรับรูปหน้า นำโดย หมอเจี๊ยบ จะมาเจาะลึกเทคนิคการยกหางตา การเลือกเส้นไหม และข้อควรรู้อย่างละเอียด เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยที่สุด
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างผิวบริเวณขมับและโหนกคิ้วจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้เนื้อเยื่อชั้นผิวหลวมตัวและคล้อยต่ำลงตามแรงโน้มถ่วง นอกจากนี้ ในบางรายอาจมีลักษณะหางตาตกจากโครงสร้างกระดูกเบ้าตาหรือกล้ามเนื้อรอบดวงตามาตั้งแต่กำเนิด
การร้อยไหมยกหางตา ทำงานโดยการสอดเส้นไหมละลายทางการแพทย์ชนิดที่มีเงี่ยงเกี่ยวจับ (Barbed Threads) ลงไปในชั้นใต้ผิวหนังบริเวณขมับและหางตา เงี่ยงไหมจะช่วยยึดรั้งเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยขึ้นไปตามทิศทางที่แพทย์ออกแบบไว้ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่รอบเส้นไหม ช่วยพยุงผิวบริเวณขมับและหางตาให้ดูแน่นกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ความสวยงามของการยกหางตาไม่ได้วัดกันที่ความสูงหรือความตึง แต่คือ "ความเรียบเนียนและเข้ากับโครงหน้า" ซึ่งหัวใจสำคัญที่ทีมแพทย์ Anjali Clinic ยึดถือประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลัก:
แพทย์ต้องวิเคราะห์สัดส่วนใบหน้า โหนกแก้ม และระยะห่างระหว่างดวงตากับคิ้วของผู้รับบริการรายบุคคล เพื่อกำหนดองศาการยกที่รับกับใบหน้าอย่างพอดี ป้องกันปัญหาการดึงหางตาเชิดสูงเกินไปจนดูแข็งเกร็ง
เนื่องจากผิวบริเวณขมับและหางตามีความบางเบา แพทย์จึงต้องเลือกใช้ ไหมละลายแท้ผ่าน อย. เช่น ไหม PDO, PLLA หรือ PCL ชนิดเงี่ยงขนาดเล็กพิเศษ ที่มีแรงยึดเกาะพอเหมาะในการพยุงผิว โดยไม่ทำให้เกิดรอยรั้ง รอยบุ๋ม หรือเป็นคลื่นใต้ผิว
ที่ Anjali Clinic แพทย์ใช้เทคนิคเฉพาะ Fox Lift Anchor ในการวางทิศทางไหมสอดคล้องกับแนวกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis Oculi) กระจายแรงดึงให้สม่ำเสมอ ทำให้เวลาแสดงอารมณ์ ยิ้ม หรือกระพริบตา ใบหน้ายังดูละมุนเป็นธรรมชาติ
ในบางกรณีที่หางตาตกพร้อมกับแนวคิ้วตก การร้อยไหมยกหางตาควบคู่กับการร้อยไหมยกคิ้ว จะช่วยกระจายน้ำหนักการพยุงผิวได้สมดุลขึ้น ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างและสดใสอย่างสมบูรณ์แบบ

*หมายเหตุ: ผลลัพธ์ ระยะเวลา และการตอบสนองขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และพฤติกรรมของแต่ละบุคคล
ช่วง 1–7 วันแรก: ระมัดระวังอย่าขยี้ตา งดการนวดหรือกดคลึงบริเวณขมับและหางตา ระวังขาแว่นตากดทับรอยไหม และหลีกเลี่ยงการแต่งตาหนักๆ
ช่วง 1–2 สัปดาห์ขึ้นไป: อาการบวมช้ำจะค่อยๆ ยุบตัวลงทั้งหมด เส้นไหมและเนื้อเยื่อจะเซ็ตตัวเข้ากันได้อย่างเรียบเนียน
ข้อปฏิบัติทั่วไป: งดการทำหัตถการความร้อนสูงบริเวณขมับ (เช่น เลเซอร์ความร้อน) ในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
A: หากได้รับการประเมินและออกแบบทิศทางไหมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผลลัพธ์จะดูยกละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ ที่ Anjali Clinic แพทย์ใช้เทคนิค Fox Lift Anchor คำนวณองศาให้สอดรับกับรอยยิ้มและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ไม่ตึงรั้งจนดูผิดธรรมชาติ
A: ก่อนทำจะมีการฉีดยาชาเฉพาะที่ และใช้เข็มทู่ทางการแพทย์ในการเดินเส้นไหม ทำให้รู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย หลังทำไม่มีแผลผ่าตัด มีเพียงรอยจุดเข็มขนาดเล็กบริเวณแนวขมับ ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองภายในไม่กี่วัน
A: โดยเฉลี่ยไหมละลายแท้จะค่อยๆ ย่อยสลายไปตามกระบวนการธรรมชาติภายใน 6–12 เดือน (ขึ้นอยู่กับชนิดไหมและสภาพผิวรายบุคคล) โดยคอลลาเจนที่เกิดขึ้นจะยังคงช่วยพยุงผิวไว้ระดับหนึ่ง เมื่อเส้นไหมละลายหมดแล้ว สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินเพื่อทำซ้ำได้ปลอดภัย
คืนความสดใสให้ดวงตาคู่สวยอย่างเป็นธรรมชาติ เลือกปรึกษาและวางแผนการรักษากับทีมแพทย์ ที่ Anjali Clinic (แอนจาลี คลินิก)
เราเน้นการให้บริการรูปแบบ Personalized Service ให้คำปรึกษาโดยแพทย์โดยตรง (Doctor-Led Consultation) นำโดยหมอเจี๊ยบและทีมแพทย์ ประเมินโครงสร้างใบหน้ารายบุคคล เลือกใช้ไหมละลายแท้ผ่าน อย. พร้อมติดตามผลการรักษาหลังทำทุกเคส เพื่อให้คุณได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดูดีในแบบที่เป็นคุณอย่างแท้จริง
ติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลเกี่ยวกับบริการของเรา


